วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

แหล่งที่พบ






       ผักหวานป่าเป็นพืชที่ไม่ชอบแดดจัด ไม่ชอบน้ำมาก ชอบที่โล่ง ดินร่วนปนทราย พบมาก

ตามภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณที่สูง เชิงเขา ป่าเชิงเขาหรือป่าโปร่ง แหล่งผลิตเป็นการ

ค้า ได้แก่ จังหวัดลำพูน เชียงใหม่ และสกลนคร







ลักษณะของผักหวานป่า


     
        
       ไม้พุ่มยืนต้นสูง ๕-๑๐ เมตร อายุหลายปี กิ่งและลำต้นมีใบประดับขนาดเล็ก ลำต้นสี

น้ำตาลอ่อนผิวขรุขระ ใบเป็นรูปไข่หรือรูปรี สีเขียวเข้มเนื้อใบกรอบ ปลายใบมน ขอบใบเรียบ 

ปลายใบแหลม ฐานใบเป็นรูปลิ่มก้านใบสั้น ช่อดอกเกิดตามกิ่งแก่หรือตามลำต้นที่ใบร่วงไป

แล้วแตกกิ่งก้านคล้ายช่อดอกมะม่วงหรือดอกลำไย ดอกมีขนาดเล็กเป็นตุ่มสีเขียวอัดกันแน่น

เป็นกระจุก ผลเป็นผลเดี่ยวติดกันเป็นพวงผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่สีเหลืองอมส้ม ลักษณะผล

กลมรี เมล็ดลักษณะคล้ายพุทรา





วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556

วิธีการเพาะปลูก







 เมล็ดผักหวานป่าจะสุกประมาณ เดือน เม.ย.- พ.ค. ซึ่งมีวิธีการเพาะเมล็ดดังนี้

            1. เลือกผลแก่สุก โดยปล่อยให้สุกงอมเพื่อสะดวกในการแยกเปลือกและเนื้อออกจากเมล็ด
            2. แยกเปลือกและเนื้อหุ้มเมล็ด โดยขัดล้างในการภาชนะที่มีผิวหยาบ  เช่น ตะแกรง กระด้ง หรือเข่ง ไม้ไผ่  ควรใส่ถุงมือ
        เนื่องจากเนื้อหุ้มเมล็ดมีสารที่ระคายเคืองต่อผิวหนัง
            3. นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำแยกเมล็ดที่สมบูรณ์ไว้เพาะเมล็ดที่สมบูรณ์จะจมน้ำส่วนเมล็ดที่ลอยน้ำควรแยกทิ้ง
            4. นำเมล็ดที่จมน้ำขึ้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยสารเคมีป้องกันเชื้อรา ในขั้นตอนนี้อาจเก็บเมล็ดโดยห่อกระดาษหนังสือพิมพ์
        ใส่ถุงพลาสติกเจาะรูระบายอากาศ แช่ตู้เย็นในช่องแช่ผักไว้ประมาณ 1 เดือน เปอร์เซ็นต์ความงอกอาจจะลดลงเล็กน้อยหรือจะทำ
        การบ่มเพาะเลย ก็จะทำให้เปอร์เซ็นต์ความงอกสูง วิธีการบ่มเพาะเมล็ดผักหวานป่าเพื่อกระตุ้นให้เกิดการงอก มี 3 วิธีดังนี้        
                 4.1 นำเมล็ดมาบ่มเพาะโดยเกลี่ยเมล็ดบนกระด้งหรือตะแกรงหนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมด้วยกระสอบป่านชุบน้ำหมาดๆ เก็บไว้
        ในที่ร่ม 2-3 วัน เปลือกจะเริ่มแตกปริ เมื่อมีรากงอกออกมาจึงนำไปเพาะลงถุงต่อหรือนำไปปลูกแปลงที่เตรียมดินไว้แล้ว
                 4.2 นำเมล็ดมาบ่มเพาะในแกลบดำ  โดยนำแกลบดำใส่ภาชนะหรือกระบะเพาะแล้วโรยเมล็ดผักหวานลงบนแกลบดำ เกลี่ย
        เมล็ดอย่าให้ทับซ้อนกัน  โรยแกลบดำกลบหนาประมาณ 1-2 นิ้ว รดน้ำให้ชุ่ม 4-5 วัน  คุ้ยดูจะเห็นเปลือกเริ่มแตกปริ  อีกประมาณ
        5 วัน จะเห็นรากงอกออกมานำไปเพาะในถุงต่ออีกประมาณ 2 เดือน จึงจะทยอยแทงยอด หรือจะนำเมล็ดลงปลูกในแปลงเลยก็ได้        
                 4.3 นำเมล็ดมาบ่มเพาะในทราย โดยนำทรายใส่ภาชนะหรือกระบะเพาะ แล้วโรยเมล็ดผักหวานป่าลงบนทรายใช้ฟางคลุมรด
        น้ำให้ชุ่ม ระยะเวลาการแตกปริของเปลือก และการงอกของเมล็ดจะคล้ายกับการบ่มเพาะในแกลบดำ

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประวัติความเป็นมา






       ผักหวานป่ามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre จัดอยู่ในวงศ์
Opiliaceae
มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบประเทศไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย
และฟิลิปินส์ โดยมีชื่อเรียกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น คือลาว เรียกว่า hvaanเวียดนามเรียก rau กัมพูชาเรียกdaam prec มาเลเซียเรียก tangal และฟิลิปินส์เรียก malatado ในประเทศไทยพบมากที่ภาคเหนือ ที่เชียงใหม่ ลำพูน ตาก เชียงราย ลำปาง ภาคอีสานที่อุดรธานี นครพนม สกลนคร นครราชสีมา ภาคกลางพบมากที่กาญจนบุรี สระบุรี ภาคใต้ ที่สุราษฎร์ธานี กระบี่ เป็นต้น ในธรรมชาติมักจะพบผักหวานป่าขึ้นในที่เนินสูง ในป่าเญจพรรณผสมไผ่(แถบกาญจนบุรี)และป่าเต็งรังที่ระดับความสูงตั้งแต่ 300-900
เมตร
จากระดับน้ำทะเลปานกลางผักหวานป่าเป็นพืชที่ต้องการร่มเงาของไม้อื่น
เพราะต้องการแสงรำไรจึงเจริญเติบโตได้ดีในธรรมชาติ